สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

คำถามที่พบบ่อย

Q. 1 ผู้ใช้บริการจะทราบได้อย่างไรว่าใช้บริการภายใต้คลื่น 1800 MHz (เฉพาะลูกค้าทรูมูฟและดีพีซี)

A. การตรวจสอบว่าผู้ใช้บริการได้ใช้บริการภายใต้คลื่นความถี่ใดนั้น มีวิธีตรวจสอบ 2 วิธี ได้แก่

(1) การโทรศัพท์สอบถามกับ Call Center ของผู้ให้บริการ

(2)การตรวจสอบโดยดูได้จากเครื่องโทรศัพท์ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่ผู้ใช้บริการใช้งาน แต่โดยทั่วไปสามารถสังเกตได้ที่มุมบนของเครื่องซึ่งจะแสดงข้อมูลเครือข่ายที่ใช้งานอยู่หากปรากฏว่าเป็น GSM1800 หรือ True (ที่ไม่มี “H”) แสดงว่าเลขหมายดังกล่าวเป็นการใช้งานในคลื่น 1800MHz ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

(3) การตรวจสอบจากใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จ โดยหากปรากฏว่าเป็นบริษัท ทรูมูฟ จำกัด หรือบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด แล้ว หมายความว่าเลขหมายดังกล่าวเป็นการใช้งานในคลื่น 1800MHz ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

(4) การตรวจสอบผ่านระบบเว็บไซต์ระบบฐานข้อมูลเลขหมายโทรคมนาคมของสำนักงาน กสทช. http://numbering.nbtc.go.th/wps/portal/Numbering ทั้งนี้ หากเลขหมายที่ผ่านการโอนย้ายมาแล้วจะไม่สามารถตรวจสอบด้วยวิธีนี้ได้

 

Q. 2 หลังวันที่ 15 กันยายน 2556 จะเกิดอะไรขึ้น

A.ตามสัญญาสัมปทานฯ ซึ่งมีอายุการอนุญาตให้บริการได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2556 ดังนั้น หลังวันที่ 15 ดังกล่าว ผู้ให้บริการจะต้องหยุดให้บริการ แต่ กสทช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการให้บริการสาธารณะที่ต้องมีความต่อเนื่องไม่ให้ผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบ จึงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับบริการอย่างต่อเนื่องอีกไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวผู้ใช้บริการพึงเร่งโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ และขณะนี้ กสทช. อยู่ระหว่างการเตรียมการประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz

ในการโอนย้ายเลขหมาย ผู้ใช้บริการจะคงสามารถใช้เลขหมายเดิมได้แต่อาจมีความจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนซิมการ์ดเพื่อรองรับการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถสอบถามได้โดยตรงกับผู้ให้บริการ

Q. 3 หลังวันที่ 15 กันยายน 2557 จะเกิดอะไรขึ้น

A. ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวดังกล่าว ได้กำหนดให้ภายหลังระยะเวลาคุ้มครองซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 1 ปี นับจากสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง (15 กันยายน 2556) การให้บริการภายใต้คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ดำเนินการโดยบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด จะต้องหยุดให้บริการ ทั้งนี้ หากในระยะเวลาดังกล่าวไม่มีผู้ใช้บริการเหลือแล้ว การให้บริการของบริษัททั้งสองอาจหยุดก่อนวันที่ 15 กันยายน 2557 ก็ได้

Q. 4 หากผู้ใช้บริการไม่มีการโอนย้ายผู้ให้บริการได้ทันในระยะเวลาคุ้มครอง จะเกิดอะไรขึ้น

A.ภายหลังระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวฯ ผู้ใช้บริการที่คงค้างในระบบจะไม่สามารถใช้บริการได้อีกต่อไป และจะไม่มีการโอนย้ายผู้ใช้บริการโดยอัตโนมัติแต่อย่างใด

Q. 5 สิทธิประโยชน์ตามโปรโมชั่นจะเป็นอย่างไร

A.ในช่วงระยะเวลาคุ้มครองตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ผู้ใช้บริการจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ตามโปรโมชั่นที่มีอยู่ก่อนที่สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลง เว้นแต่เรื่องระยะเวลาของโปรโมชั่นที่ผู้ใช้บริการได้ใช้อยู่จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินไปกว่าระยะเวลาคุ้มครองตามประกาศฯ และคุณภาพการให้บริการที่ผู้ใช้บริการได้รับต้องเป็นไปตามประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดคุณภาพการให้บริการ

แต่หากผู้ใช้บริการประสงค์จะโอนย้ายเลขหมายแล้ว โปรโมชั่นที่ผู้ใช้บริการจะได้รับขึ้นอยู่กับข้อเสนอของผู้ให้บริการแต่ละราย ซึ่งผู้ใช้บริการพึงศึกษาโดยละเอียด

 

Q. 6 ผู้ใช้บริการในระบบเติมเงินได้รับผลกระทบอย่างไร

A.ผู้ใช้บริการในระบบเติมเงินสามารถเติมเงินและใช้บริการได้เช่นปกติ และหากไม่ประสงค์จะใช้บริการอีกต่อไปก็สามารถขอเงินคืนได้โดยปฏิบัติตามกระบวนการและขั้นตอนที่กำหนด

Q. 7 ย้ายไปค่ายไหนดี

A. การเลือกผู้ให้บริการเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการซึ่งต้องพิจารณาถึงสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นที่ผู้ให้บริการรายอื่นได้เสนอ ทั้งนี้ ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงร่วมด้วยคือ เครื่องโทรศัพท์ที่ผู้ใช้บริการใช้งานอยู่เป็นเครื่องรุ่นที่รองรับการใช้งานในย่านความถี่อื่นได้หรือไม่

Q. 8 การดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ใครได้ประโยชน์

A. ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการในระยะเวลาคุ้มครองตามประกาศฯ เป็นผลประโยชน์ที่จะส่งให้รัฐเป็นรายได้ของแผ่นดิน โดยผู้ให้บริการร่วมสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เฉพาะต้นทุนที่เกิดขึ้น โดยการพิจารณาต้นทุนดังกล่าวจะมีคณะทำงานร่วมประกอบไปด้วยผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงไอซีที ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการบัญชี และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการดูแลผู้ประโยชน์ของรัฐจะถูกตรวจสอบโดยผู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นกลางแล้ว

Q. 9 ค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายเลขหมาย

A. ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะโอนย้ายเลขหมายต้องชำระค่าใช้จ่ายในอัตรา 29 บาท อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้ให้บริการมีโปรโมชั่นการโอนย้ายฟรี ซึ่งผู้ใช้บริการควรศึกษาและเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจ

Q. 10 กระบวนการในการโอนย้ายเลขหมาย

A. การโอนย้ายเลขหมายใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการ โดยผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะโอนย้ายต้องติดต่อแจ้งความประสงค์ที่ศูนย์บริการของผู้ให้บริการ

Q.11 เลขหมายที่จดทะเบียนในนามคนอื่นสามารถย้ายได้หรือไม่

A. การโอนย้ายเลขหมายต้องดำเนินการโดยเจ้าของเลขหมายที่ได้จดทะเบียนไว้


Q. 12 ค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการตามสัญญาสัมปทาน 1800

A. การโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการตามสัญญาสัมปทาน 1800 ที่จะหมดอายุในวันที่ 15 กันยายน 2556 ที่ศูนย์บริการของผู้ให้บริการ และศูนย์ 1200 เป็นบริการที่ยกเว้นค่าโทรศัพท์

หมายเลขโทรศัพท์สอบถามข้อมูล

ศูนย์ 1200 เบอร์ 1200

ศูนย์บริการทรูมูฟเบอร์ 1331 และ 02-900-9000

ศูนย์บริการดีพีซีเบอร์ 1175 และ 02-502-5000

เว็ปไซต์ www.nbtc.go.th

 

Q. 13 คลื่นสัมปทานที่จะสิ้นสุดต่อไป

A. คลื่น 900 ของเอไอเอส สิ้นสุดในปี 2558

คลื่น 800 / 1800 ของดีแทค สิ้นสุดในปี 2561

Q. 14 กำหนดการประมูลคลื่น

A. ภายในปี 2557